| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
- เที่ยว Culture Fair และ เมืองดงกว่านศูนย์การผลิตของโลก
- เซินเจิ้น หมู่บ้านวัฒนธรรม
- เยี่ยมเมืองซีอาน สุสานหุ่นทหาร พิพิภัณฑ์ส่านซี
- ซีอาน พิพิธภัณฑ์ภาพวาดชาวนา วัดฝ่าเหมิน
- เผชิญแผ่นดินไหว และ สุสานyangling การแสดงสมัยราชวงศ์ถัง
- เยี่ยมชมวัดลามะ เดินทางต่อไปซีอาน
- เยือนกำแพงเมืองจีน พระราชวังต้องห้าม และปักกิ่งราตรี
- เยี่ยมสำนักข่าวซินหัว CCTV สนามกีฬา BirdNest
- วันแรกของการเดินทาง มหานครปักกิ่ง
- วันสุดท้ายของการเดินทางเยี่ยมเมืองมหาวิทยาลัย
- เที่ยว Culture Fair และ เมืองดงกว่านศูนย์การผลิตของโลก
- เซินเจิ้น หมู่บ้านวัฒนธรรม
- เยี่ยมเมืองซีอาน สุสานหุ่นทหาร พิพิภัณฑ์ส่านซี
- ซีอาน พิพิธภัณฑ์ภาพวาดชาวนา วัดฝ่าเหมิน
- เผชิญแผ่นดินไหว และ สุสานyangling การแสดงสมัยราชวงศ์ถัง
- เยี่ยมชมวัดลามะ เดินทางต่อไปซีอาน
- เยือนกำแพงเมืองจีน พระราชวังต้องห้าม และปักกิ่งราตรี
- เยี่ยมสำนักข่าวซินหัว CCTV สนามกีฬา BirdNest
- วันแรกของการเดินทาง มหานครปักกิ่ง
วันที่ 14 พ.ค. วันนี้ถือเป็น Hi-Light ของการเดินทางมาที่ซีอานในครั้งนี้ เพราะเราจะไปเยี่ยมชม สุสานหุ่นทหารของจิ๋นซีฮ่องเต้ แล้วค่อยเดินทางต่อไปยังเมืองเซินเจิ้นในช่วงบ่าย การเดินทางจากตัวเมืองซีอานมาที่สุสานนี้ไม่ไกลเท่าไหร่ ระยะทางก็หลับ 1 ตื่นค่ะ
เจอแล้ว !!! สุสานหุ่นทหาร


สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้นี้ ขุดพบโดยบังเอิญจากชาวนานย่านนี้ที่ต้องการจะขุดสระน้ำ ขุดไปขึดมาเจอกระเบื้อง ยิ่งขุดยิ่งเจอ ทำให้คิดว่าข้างล่างนี้ต้องมีสุสานแน่ๆ เลยแจ้งให้ทางการทราบเมื่อปี 1974 จากนั้นทางการก็ใช้เวลา 5 ปี เพื่อขุดสุสานดังที่เห็นในปัจจุบัน
โดยสุสานที่ขุดขึ้นมาแล้วมี 3 หลุม จากทั้งหมด 60 หลุม ที่มีการฝังหุ่นทหารและข้าวของเครื่องใช้ของจิ๋นซีฮ่องเต้นี้ แต่ทางการยังไม่ขุดขึ้นมาเนื่องจากว่า ยังต้องทยอยหาวิธีเก็บรักษา เนื่องจากหากเก็บรักษาไม่ดี อาจทำให้โบราณวัตถุที่ล้ำค่าเหล่านี้เสียหายได้ เพราะสภาพอากาศในปัจจุบันกับเมื่อ 3,000 ปีก่อนนั้นแตกต่างกันมาก



ว่ากันว่าสุสานนี้มีใช้ระยะเวลาในการสร้าง 38 ปี ในรัชกาลของของจิ๋นซีฮ่องเต้ 36 ปี และ อีก 2 ปี สร้างหลังจากท่านสวรรคตแล้ว โดยใช้คนในการสร้างถึง 700,000 คน


ปี 1987 Unesco ได้สถาปนาให้มรดกโลก เป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก โดยในอนาคตทางรัฐบาลจะสร้างสวนสถานะบริเวณนี้สุสานแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 1.5 ตร.กม.


หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าหน้าของหุ่นทหารแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน บ่งบอกถึงเชื้อชาติ และอารมณ์ในขณะนั้น จนกล่าวได้ว่า 1,000 คน 1,000 หน้า (เค้าว่ากันว่าน่าจำลองมาจากทหารที่มีชีวิตอยู่จริง)


การแต่งกายก็จะไม่เหมือนกัน หุ่นแม่ทัพจะเป็นเสื้อเกราะ , หุ่นนายกองก็จะเป็นเสื้อหนัง และหุ่นนายทหารก็จะเป็นเสื้อธรรมดา โดยหุ่นทหารแต่ละตัวหนักประมาณ 300 กิโลกรัม
หลายคนสงสัยว่าทำไมต้องสร้างสุสานและฝังหุ่นทหารและข้าวของเครื่องใช้มากมายขนาดนี้ เนื่องเพราะคนจีนมีความเชื่อว่า เวลามีชีวิตอยู่มีฐานะความเป็นอยู่อย่างไรตอนตายไปก็ยังต้องคงสถานะความเป็นอยู่อย่างนั้น และในช่วงจิ๋นซีฮ่องเต้นั้นอยู่ในช่วงสงครามแย่งชิงอำนาจระหว่าง 7 ก๊ก ในที่สุด จิ๋นซีฮ่องเต้ เป็นผู้ชนะและรวมทั้ง 7ก๊กนั้นก่อตั้งเป็นประเทศจีนและสถาปนาตัวเองเป็นฮ่องเต้


!!! ระหว่างกำลังดูสุสานเพลินๆ ทาง Mr.หยาง ผู้อำนวยการ สำนักวิเทศสัมพันธ์ ประจำกรุงปักกิ่ง ที่เป็นผู้ดูแลเราตลอดการเดินทาง แจ้งว่าสายการบินที่เราจะบินไปเซินเจิ้นนั้น delay 6 ชั่วโมง จากเวลาจริงๆต้องบินประมาณ 15.00 น. เป็น 20.30 น. ในตอนนั้นเรายังไม่รู้อะไร ก็บอกว่าไม่เป็นไร เราไปช้อปปิ้งรอได้ แหะ แหะ ตามนิสัยคนไทย แต่ว่า..... Mr. หยางใจร้าย ไม่ยอมพาไป พาไปกินเนื้อแพะซะนี่ แล้วไปดูพิพิธภัณฑ์ต่อ เฮ้อ..อดเสียตังค์เลย
เอ้า!!! เอาไงก็เอากัน แต่ก่อนไปขอท้องอิ่มก่อนละกัน หยาง โจ้ว เผ้า หม้อ คือ ชื่อเมนูเนื้อแพะอันเลื่อง เป็นอาหารมุสลิมที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองนี้เลยนะคะ ร้านก็ตกแต่งแบบธรรมดาค่ะ

เริ่มต้นแจกแป้งหน้าตาแบบนี้มาให้เรา

จากนั้นเราต้องเอาแป้งย่างมาฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ

ให้ละเอียดๆแบบนี้ค่ะ ถึงจะใช้ได้ เค้าบอกว่าใหญ่ไปจะไม่อร่อย
จากนั้นทางร้านเค้าจะเอาไป ซุปเนื่องแพะตุ๋นและวุ้นเส้น อร่อยดีค่ะ

เมนูอื่นๆบนโต๊ะอาหาร แปลกๆแต่ก็อร่อยเหมือนกันค่ะ
อิ่มกันแล้วคณะเราก็รู้สึกหนังท้องตึงหนังหย่อนกันเล็กน้อย แต่ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ ศึกษาประวัติศาสตร์ชาติจีนให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลย เดินคอตกตาปรือเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ส่านซี เลย 555 แต่ก็น่าตื่นตาตื่นใจค่ะ มีโบราณวัตถุล้ำค่ามากมายของราชวงศ์ โจว ฉิ่น ฮั่น และถัง


พิพิธภัณฑ์ส่านซี


ภาชนะใส่ของรูปทรงต่างๆ

ที่นี่ก็มีหุ่นทหารท่านจิ๋นซีด้วย

กระจกส่องหน้าในราชสำนัก (ในรูปเป็นด้านหลังของกระจกเพื่อให้เห็นลวดลาย)

หัวคฑาของกษัตริย์

จอกเหล้า

เครื่องดนตรี



ทัศนศึกษาสุสานเสร็จ มีเวลาเหลือเฟือให้เรานั่งเอกเขนกและเดินดูของที่ระลึก หรือบางคนก็จิบกาแฟ ซึ่งจะเป็นกาแฟที่อยู่ในความทรงจำไปอีกนาน เพราะเป็นกาแฟดำมหัศจรรย์ ( Black Coffee ) แก้วละ 150 บาท แพง กว่าสตาร์บัคอีกอ่ะ หากถามว่ารสชาติเป็นไงอันนี้นาตอบให้ไม่ได้นะคะ ต้องถามพี่ทนง จาก The Nation คนเดียวค่ะ 555
จากนั้นเราเดินทางไปที่สนามบิน เวลาตอนที่ถึงสนามบินก็ประมาณ 5 โมงเย็นแล้วล่ะ เราก็สบายๆ ไม่ได้คิดว่าเราจะต้องเผชิญความตื่นเต้นอีกครั้งที่สนามบินซีอาน พอเราLoading ของและออก Broading Pass ทางเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่าตอนนี้ Fight ต่างๆ delay หมดเนื่องเพราะแผ่นดินไหว Fight ไปเซินเจิ้น 9988 ของเราอาจจะต้อง delay ไปอีกไม่สามารถกำหนดเวลาได้
ทางสนามบิน ให้เราไปพักที่ Airport Hotel ก่อน เราก็ OK นั่งรถบัสไปที่โรงแรม เช็คอิน ขณะกำลังกินข้าวเย็น Mr. หยาง กับ ผิง ผิง ล่ามภาษาไทยของเรา ( งานหลัก ของ ผิง ผิง คือ นักข่าวสาวของ CRI หรือ China Radio International ) คุยกันอย่างซีเรียส แล้วบอกเราว่า รัฐบาลจีนใช้ Fight ไปเซินเจิ้น 9988 ของเรา ไปช่วยผู้ประสบภัยที่เสฉวน Oh !! My God ทำไงล่ะเนี่ยเปลี่ยน Flight !!!
Mr. หยาง ส่งผิง ผิง ไปเปลี่ยน Flight หากโชคดีเราก็จะได้ไปเร็วขึ้น หากโชคไม่ดีก็ต้องนอนที่โรงแรมเก่าๆ แห่งนี้ เราก็กินข้าวไปพลาง รอข่าวจากผิง ผิง ไปพลาง พออิ่มปุ๊บ ผิง ผิง ส่งข่าวมาปั๊ป ได้ Flight ใหม่ แล้ว เย้ เย้
เราก็รีบขึ้นไปเก็บของนั่งรถโรงแรมกลับไปที่ สนามบิน แต่เจ้ากรรมลงผิด Terminal ต้องเดินไปอีก Terminal นึง ยิ่งรีบยิ่งช้า พอไปถึงยืนรอผิง ผิง และ Mr. หยาง รอ 15 นาทีได้ ทั้งสองคนก็วิ่งมาหน้าตาตื่น บอกว่าเราต้องแยกเป็น 2 กลุ่ม ให้ไปก่อน 5 คน และ อีก 3 คนจะไปอีก Flight พร้อมกระเป๋าทั้งหมด พวกเราสั่งเสียกันเหมือนวิ่งหนีสงครามอะไรสักอย่าง กลุ่มแรกที่เป็นผู้โชคดีสุดๆๆๆๆๆๆ คือ
พี่ทนง The Nation , พี่โรจน์ ไทยรัฐ , พี่ปรีชา อสมท. , พี่วิน Nation Channel และ ข้าพเจ้าเอง
ระหว่างที่เราได้รับมอบหมายให้เป็นด่านหน้าไปก่อน ทันใดนั้นเราได้ยินเสียง... Final Call The Passenger Flight ..to ShenZhen pls. go to the Plane Immediately !!!! ขอเน้นคำว่า Immediately
เท่านั้นแหละวิ่งกันตับแล่บเลย วิ่งจากจุดที่ยืนอยู่ Gate 11 ไป Gate 4 พระเจ้าช่วย !!!
กว่าจะวิ่งถึงที่ละ Gate ให้ตายเถอะ จน พี่ปรีชา ตะโกนว่า วินวิ่งนำไปเลยน้อง แล้วบอกว่ายังมีอีก 4 คนกำลังตามมา พี่วินก็วิ่งสุดๆ แต่ก็ไปไม่ได้ไกล เราก็ช่วยวิ่งสลับกับพี่วิน วิ่งแบบไม่คิดชีวิต หิ้วกระเป๋าด้วย ทุลักทุเลสุดๆ พอถึง Gate 4 โอ้วพระเจ้า !!! ความรู้สึกเหมือนคนรอดตาย พอขึ้นเครื่องได้นั่งหอบแฮ่กๆ หายใจงี้ยังเจ็บหน้าอกอยู่เลย
พอมาถึงเซินเจิ้นมีเจ้าหน้าที่มารอรับ แล้วบอกว่า Mr.หยาง, ผิงผิง และ พี่เพ็ญ จะมาถึงอีก 1 ชั่วโมง เราก็นั่งคุยกันเรื่องกระเป๋าของเราว่า จะมาพร้อมๆกันหรือเปล่า มันจะตกหล่นหรือหลงไปไหนมั้ยเพราะในสถานการณ์แบบนี้ น่าเป็นห่วงจริงๆ ....
ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก อ้า!! เค้ามากันแล้ว พร้อมกระเป๋าของเราด้วย ดีใจสุดๆๆ ณ เวลาในขณะนั้นก็ เที่ยงคืนกว่าๆแล้ว เดินทางไปโรงแรมอีก 40 นาที พอถึงโรงแรมกว่าตีหนึ่งกว่าๆ อยากไปถึงเตียงให้เร็วที่สุด เหนื่อยสุดเลยวันนี้ ทั้งอ่วม ทั้งอาน สมชื่อ ซีอาน เลยจริงๆ เฮ้อ
" " " " ก่อนลากันในวันนี้ เก็บภาพห้องพักสวยๆมาฝากค่ะ " " " "




